KUSH-03 คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่


เหรียญกษาปณ์อินเดีย คุชชาน (Kushan) พระเจ้าขะนิสกะที่หนึ่ง (Kanishka I) ปี พ.ศ. 670-693 (ค.ศ. 127-150) เหรียญกษาปณ์ทองคำดินาร์ (Dinar) น้ำหนัก 7.89 กรัม 19.9 มม. ด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญทำมุมเยื้องกัน 11 นาฬิกา

ด้านหน้าของเหรียญ อักขระกรีก-แบคเตรีย ÞAONANOÞAO KANΗÞKI KOÞANO อ่านว่า SHAONANO SHAO KANISHKI KOSHANO ความว่า จอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งปวง ขะนิสกะจ้าวคุชชาน พระเจ้าขะนิสกะที่หนึ่งสวมหมวกเหล็กทับด้วยมงกุฏทรงกลมครึ่งท่อน สวมเสื้อโคทยาวรองเท้าบูทยืนผินหน้าไปทางซ้าย เหน็บดาบยาวที่เอวซ้าย มีเปลวเพลิงลุกโซนบนไหล่ขวา มือซ้ายถือหอกด้ามยาว มือขวาถือของ้าว โปรยเครื่องเซ่นเหนือแท่นบูชา

ด้านหลังของเหรียญ อักขระกรีก-แบคเตรีย BOΔΔO อ่านว่า Boddo (โบดโด) ความว่า (Buddha) พระพุทธเจ้า รูปพระพุทธเจ้ามีรัศมีรอบเศียรหนึ่งวงทรงประทับยืน พระพักตร์แบบอย่างเทวรูปกรีกมีมุ่นพระเมาลี ครองจีวรห่มคลุม พระหัตถ์ขวายกขึ้น หงายฝ่าพระหัตถ์ออกระดับพระอุระในท่าปกป้องคุ้มครองป้องกันภยันตราย (Protection / reassurance / no fear อินเดียเรียกปาง Abhaya mudra) พระหัตถ์ซ้ายถือปลายสังฆาติยกขึ้นระดับบั้นพระเอว พระเศียรมีรัศมีวงเดียว ประกายรังสีแผ่ออกรอบพระวรกายเป็นรูปวงรี เครื่องหมายประจำรัชกาลของพระเจ้าขะนิสกะ (Tamgha) อยู่ด้านขวา มีวงกลมเม็ดไข่ปลาเป็นกรอบนอก

          หนึ่งในเหรียญกษาปณ์ทองคำประทับพระพุทธรูปยืน กำกับด้วยภาษากรีก BODDO นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงการสร้างพระพุทธรูปครั้งแรกของโลก เกิดขึ้นในยุคสมัยของพระเจ้าขะนิสกะ ราชวงศ์คุชชานแห่งอินเดียเหนือ

          เหรียญกษาปณ์ทองคำพิมพ์พระพุทธเจ้ามีสองขนาด คือ
เหรียญ ดินาร์ (Dinar) น้ำหนักไม่เกิน 8 กรัม มีสองพิมพ์ พิมพ์เศียรพระพุทธเจ้ามีรัศมีหนึ่งวง และ พิมพ์เศียรพระพุทธเจ้ามีรัศมีสองวงซ้อนกัน
เหรียญเล็ก 1/4 ดินาร์ (1/4 Dinar) น้ำหนักไม่เกิน 2 กรัม

          เหรียญกษาปณ์ทองคำ Dinar รัศมีวงเดียว Single Halo เท่าที่ทราบ พบไม่เกิน 2 เหรียญ เก็บอยู่ที่
          British museum กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำนวนหนึ่งเหรียญ (เหรียญที่ถูกอ้างอิงและกล่าวถึงมากที่สุด เพราะเป็นเหรียญแรกที่ขุดพบ)
          Thai Private Hands ประเทศไทย จำนวนหนี่งเหรียญ (เหรียญที่สองของพิมพ์นี้)


เหรียญทองคำ 1 ดินาร์ รัศมีวงเดียว Single Halo


          พิมพ์ รัศมีสองวง Double Halo เท่าทีทราบ พบไม่เกิน 3 เหรียญ เก็บอยู่ที่
          Hirayama Ikuo Silk Road Museum ประเทศญี่ปุ่น จำนวนหนึ่งเหรียญ
          Museum of Fine Arts เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนหนึ่งเหรียญ (มีรายงาน ใน Museum of Fine Arts Buletin, Boston ค.ศ. 1965 หน้า 147 รูปที่ 10 จากนั้น ค.ศ. 1978 มีรายงานว่าได้สูญหายพร้อมกับเหรียญทองคำคุชชานจำนวนหนึ่งจากการจัดเก็บ)
          นักสะสมเอกชน ประมูลซื้อไปจาก Classical Numismatic Group, Inc. จำนวนหนึ่งเหรียญ


เหรียญทองคำ 1 ดินาร์ รัศมีสองวง Double Halo นักสะสมเอกชนได้ประมูลซื้อไปจาก CNG New York



เหรียญทองคำ 1 ดินาร์ รัศมีสองวง Double Halo


          เหรียญกษาปณ์ทองคำเล็กขนาด 1/4 Dinar พบแต่ รัศมีสองวง Double Halo มีไม่เกิน 6 เหรียญ เก็บอยู่ที่
          Biblotheque Nationale de France กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จำนวนหนึ่งเหรียญ
          The Skanda Collection, University of Michigan ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนหนึ่งเหรียญ
          Peshawar Museum ประเทศปากีสถาน จำนวนหนึ่งเหรียญ
          The buckingham collection ประเทศอังกฤษ จำนวนหนึ่งเหรียญ
          นักสะสมเอกชน ไม่เกินสองเหรียญ


เหรียญทองคำ 1/4 ดินาร์ รัศมีสองวง Double Halo



ภาพเขียนสถูป Ahin Posh Tope เมื่อแรกพบ


          เหรียญกษาปณ์ทองคำ โบดโด BODDO ของบริติสมิวเซียม (British Museum) มีเอกสารหลักฐานของนายวิลเลี่ยม ซิมสัน (William Simpson) ชาวสก๊อต นักวาดภาพ และเป็นนักข่าวสงคราม เขียน ณ เมือง เจลลาลาบัด (Jellalabad) ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1879 เป็นผู้นำการขุดค้น โดยได้รับความร่วมมือจากทหารอังกฤษจำนวนหนึ่ง บันทึกความว่า ขุดพบอยู่ในสถูปชื่อ Ahin Posh Tope ใกล้เมืองเจลลาลาบัด ชายแดนประเทศปากีสถาน ติดประเทศอาฟกานิสถาน ได้พบกล่องบรรจุเครื่องราง (Amulet Box) รูปทรงกระบอกหกเหลี่ยม ยาว 8 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม. สูงถึงหูของห่วงรูกลม 4.6 ซ.ม. ทำด้วยทองคำประดับพลอย ภายในบรรจุเหรียญกษาปณ์ทองคำสองเหรียญ คือเหรียญทองคำของพระเจ้าวิมา กัดฟิสส์ (Wima Kadphises) และของพระเจ้าขะนิสกะที่หนึ่ง (Kanishka I) ด้านหลังของเหรียญเป็น BODDO และเถ้าอัฐิจำนวนหนึ่ง ภายนอกกล่องบรรจุเครื่องรางนี้ ยังพบเหรียญทองคำอีกยี่สิบเหรียญวางอยู่โดยรอบ เป็นเหรียญของพระเจ้าวิมา กัดฟิสส์ พระเจ้าขะนิสกะที่หนึ่ง พระเจ้าฮูวิชกะ (Huvishka) และเหรียญทองคำโรมันสองเหรียญ คือ ของจักรพรรดิโดมิเทียน (Domitian ค.ศ. 93-98) และจักรพรรดิทราจาน (Trajan ค.ศ. 98-117) นอกจากนั้นล้วนเป็นเครื่องประดับทองคำ และพลอยต่างๆ มีรูปหล่อทองคำจิ๋วขนาดนิ้วมือเป็นเทพเจ้าสตรีหนึ่งองค์

          เชอร์อาเล็กซานเดอร์ คันนิงแฮม (Sir Alexander Cunningham) นักโบราณคดีผู้ค้นพบพุทธคยาและสังเวชนีย์สถานแห่งอื่น ได้บันทึกไว้ว่า ในบรรดาสถูปขนาดใหญ่ของพุทธศาสนามักจะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกขธาตุ หรือเถ้าอัฐิของพระภิกษุผู้อาวุโส ตามคติโบราณนั้น ในการบรรจุจะต้องประกอบด้วยของมีค่าเจ็ดอย่าง (Saptaratna) ประกอบด้วย แก้ว แหวน เงิน ทอง พลอย ไข่มุก ฯลฯ เสมอ








อักขระภาษากรีก


คลิกที่นี่ เพื่อย้อนกลับสู่หน้าแรก